บทความนี้ขอแนะนำ “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวก็เฟี้ยวได้ เลี้ยงลูกไม่ให้รู้สึกขาด” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือซิงเกิ้ลมัม ไม่ใช่เรื่องแปลกกับสังคมยุคปัจจุบัน เพราะผู้หญิงก็สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ผู้ชายก็สามารถเลี้ยงลูกได้ ดังนั้นคำว่า ครอบครัวสมบูรณ์แบบนั้น คงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รูปแบบ พร้อมหน้า พ่อแม่ และลูกเท่านั้น แต่หากเป็นการที่เราสามารถเลี้ยงลูกให้ไม่เกิดความรู้สึกขาด และโตมาแบบมีคุณภาพได้
10 เคล็ดไม่ลับของการเป็นซิงเกิ้ลมัม
คุณแม่ที่เป็นซิงเกิ้ลมัมนั้นต้องแบกรับภาระหลาย ๆ อย่างไว้คนเดียว เคล็ดลับต่อไปนี้อาจช่วยให้เหล่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรับมือสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจและมีพลังบวกในการเลี้ยงดูลูกมากยิ่งขึ้น
1.มอบความรักและความอบอุ่นให้ลูกอย่างเพียงพอ
การดูแลเอาใส่ใจและแสดงให้เด็กเห็นว่าตนรักและสนับสนุนลูกอยู่เสมอนั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ด้วยตนเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยหากต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ควรจัดสรรเวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับลูกเป็นประจำ เช่น ออกกำลังกายนอกบ้าน เล่นกับลูก อ่านหนังสือไปพร้อม ๆ กัน หมั่นพูดคุยสอบถามความรู้สึกและชีวิตที่โรงเรียนของลูกอย่างใกล้ชิดเผื่อมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น เป็นต้น
2.ใส่ใจดูแลตนเองด้วย
สุขภาพกายและใจที่แข็งแรงของซิงเกิ้ลมัมจะช่วยให้รับมือกับความเหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกคนเดียวได้ดีขึ้น โดยควรกินอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ พักผ่อนให้เพียงพอเสมอ หมั่นออกกำลังกาย และจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบหรือผ่อนคลาย ทั้งนี้ คุณแม่ควรหาเวลาพักจากการเลี้ยงลูกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง ในระหว่างที่ฝากลูกกับคนใกล้ชิดหรือจ้างพี่เลี้ยงเด็กให้ดูแลลูกแทน
3.อย่าโทษตัวเองที่ลูกต้องขาดพ่อหรือแม่
ควรให้ความสำคัญกับการเอาใจใส่ลูกให้ดีที่สุด ไม่ควรจมอยู่กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และไม่ควรพยายามทดแทนสิ่งที่ลูกขาดด้วยการตามใจลูกทุกอย่างเป็นอันขาด จงเลือกทำให้ตัวเองมีคุณค่าและมีความสุขกับปัจจุบันจะดีกว่า
4.มองโลกในแง่ดีเข้าไว้
พยายามมองปัญหาต่าง ๆ อย่างมีอารมณ์ขันและคิดในแง่บวกให้มาก และจำไว้ว่าการยอมรับกับลูกว่าคุณกำลังเครียด กดดัน หรือเผชิญปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่ควรให้ความมั่นใจกับพวกเขาว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และไม่ควรคาดหวังให้เด็กเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดหรือคาดหวังให้เด็กประพฤติตัวเป็นผู้ใหญ่ เพราะเด็กก็ยังเป็นเด็ก การสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบตามที่ควรจะทำได้ในช่วงอายุนั้น ๆ เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว
5.รู้จักปล่อยวาง
ในกรณีที่พ่อแม่แยกทางกัน คุณแม่หรือคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอาจจะอยากให้อีกฝ่ายมาหาลูกบ้าง โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญอย่างวันเกิดหรือวันจบการศึกษาของลูก แต่ควรระลึกไว้ว่าบางสิ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้และไม่ควรคาดหวัง เพราะอาจทำให้รู้สึกขุ่นเคืองใจ สิ่งที่ซิงเกิ้ลมัมทำได้ก็คือพยายามทำในส่วนของตนเองให้ดีที่สุด
6.ควบคุมสติอารมณ์
หากรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะหลาย ๆ อย่างไม่เป็นดังใจ คุณแม่ที่เป็นซิงเกิ้ลมัมอาจสูญเสียการควบคุมตนเองได้ ดังนั้น เมื่อเกิดความรู้สึกหงุดหงิดหรือโมโห คุณแม่ไม่ควรใส่อารมณ์หรือใช้กำลังกับลูกเด็ดขาด เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ส่งผลดีต่อเด็ก โดยอาจเดินออกไปสงบสติอารมณ์ หายใจเข้าออกช้า ๆ หรือเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการทำให้เป็นเรื่องตลกแทน
7.ใส่ใจดูแลตนเองด้วย
สุขภาพกายและใจที่แข็งแรงของซิงเกิ้ลมัมจะช่วยให้รับมือกับความเหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกคนเดียวได้ดีขึ้น โดยควรกินอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ พักผ่อนให้เพียงพอเสมอ หมั่นออกกำลังกาย และจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบหรือผ่อนคลาย ทั้งนี้ คุณแม่ควรหาเวลาพักจากการเลี้ยงลูกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง ในระหว่างที่ฝากลูกกับคนใกล้ชิดหรือจ้างพี่เลี้ยงเด็กให้ดูแลลูกแทน
8.เลือกผู้ดูแลลูกที่เชื่อถือได้
สำหรับซิงเกิ้ลมัมที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างและต้องฝากให้คนอื่นเลี้ยงดูลูก ควรเลือกคนใกล้ชิดที่เชื่อใจได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะปลอดภัยและได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีในระหว่างที่คุณแม่ไม่อยู่ และไม่ควรปล่อยให้เด็กที่โตกว่า รวมถึงเพื่อนใหม่หรือคนรักใหม่ที่เพิ่งคบกันไม่นานมาดูแลเด็กเล็กเพียงลำพัง หากเลือกฝากเด็กกับสถานรับเลี้ยงเด็กหรือเนิร์สเซอร์รี่ก็ควรเลือกสถานที่ที่น่าเชื่อถือและมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
9.สอนให้ลูกรู้จักระเบียบวินัย
ฝึกให้ทำทุกอย่างเป็นกิจวัตร ทั้งเวลาตื่น กิน และนอน เพื่อให้เด็กจดจำและรับรู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร การทำเช่นนี้จะช่วยให้แต่ละวันดำเนินไปอย่างราบรื่นและง่ายดายยิ่งขึ้น หากมีพี่เลี้ยงเด็ก ต้องบอกให้คอยสร้างระเบียบวินัยกับเด็กแบบเดียวกันด้วย เช่น สอนให้พูดจาไพเราะและให้เกียรติผู้อื่น จำกัดเวลาดูโทรทัศน์ เป็นต้น เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นและแสดงถึงความรับผิดชอบที่มากขึ้นแล้ว คุณแม่อาจผ่อนผันกฎต่าง ๆ ให้เหมาะสมตามไปด้วย เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกอึดอัดหรือถูกบังคับมากเกินไป
10.ขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด
เมื่อรู้สึกท้อ เหนื่อยจากการเลี้ยงลูก หรือพบเจอปัญหาใด ๆ อย่าแบกรับไว้คนเดียว คุณแม่ควรขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด เพื่อน หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่สนิทกัน เพราะการพูดคุยระบายความทุกข์จะช่วยให้สบายใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หลังจากปรึกษาหรือขอความเห็นจากผู้อื่น คุณแม่อาจได้มุมมองและวิธีใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา ทั้งยังช่วยให้ไม่จมอยู่กับปัญหานั้นมากเกินไป
บทส่งท้าย
ในปัจจุบันการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือ ซิงเกิ้ลมัม เป็นเรื่องปกติมาก เพราะปัญหาที่พบเจอแบบกะทันหัน ทำให้หลายคนเลือกที่จะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเลยในปัจจุบัน ถ้าใจเราแข็งแรง คิดบวก ทุกอย่างก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
เครดิตรูปภาพ www.newsweek.com www.rd.com mom.com