โรคภูมิแพ้ในเด็ก เรื่องไม่เล็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ จะได้รีบรักษาได้ทัน

บทความนี้ขอแนะนำ “โรคภูมิแพ้ในเด็ก เรื่องไม่เล็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ จะได้รีบรักษาได้ทัน” โรคภูมิแพ้ในเด็กเป็นโรคที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และยังแฝงความอันตรายที่มาพร้อมโรคนี้อยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวกับเรื่องภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก ฉะนั้นหากลูกน้อยมีอาการ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล นอนกรน หรือผื่นขึ้นตามตัว ขยี้ตาบ่อยๆ ของลูกคุณพ่อคุณแม่อย่าได้นิ่งนอนใจ อาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคภูมิแพ้ ที่ลูกๆควรจะได้รับการดูแลและการรักษา

What Causes Cockroach Allergy? | Diamond Pest Control

โรคภูมิแพ้ คืออะไร

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่ภูมิในร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งแวดล้อมไวกว่าคนปกติ เช่น เมื่ออากาศมีการเปลี่ยนแปลง คนปกติอาจจะไม่มีอาการอะไร แต่คนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการทันที เช่น มีอาการจาม คันจมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล ในบางรายอาจมีอาการคันเพดานปากหรือคอ 

ยิ่งโรคภูมิแพ้ในเด็กเป็นโรคที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และแฝงความอันตรายที่มาพร้อมโรคอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็ก ซึ่งระบบต่าง ๆ ในร่างกายยังทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภูมิแพ้ในเด็ก

1.ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ผู้ป่วยที่มีประวัติพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ มักมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ถึงร้อยละ20-40 และร้อยละ 50-80 ในกรณีที่พ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยที่อาจจะไม่ได้เป็นภูมิแพ้ชนิดเดียวกันหรือแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดเดียวกัน

2.ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ป่วยบางรายไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้จากพันธุกรรม แต่เพราะอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีสารก่อให้เกิดภูมิแพ้จำนวนมาก เช่น ไรฝุ่น ควัน บางบ้านมีสัตว์เลี้ยงก็อาจจะแพ้ขนสัตว์ เช่น สุนัข แมว เป็นต้น หรือการรับประทานนมจากสัตว์ เช่น วัวหรือแพะ รวมทั้งนมถั่วเหลืองในช่วงอายุ 6 เดือนแรกเกิดแทนที่จะเป็นนมแม่ ก็เป็นปัจจัยเสียงที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้
A doctor's advice for at-home allergy tests | Children's Wisconsin

โรคภูมิแพ้ในเด็กที่พบได้บ่อย

1.โรคหืด เกิดจากทางเดินหายใจที่บวม ตีบแคบลง ซึ่งถูกกระตุ้นโดยปฏิกิริยาภูมิแพ้หรือสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย จะมีอาการหายใจเสียงดัง “วี้ด” หอบ แน่นหน้าอก อาจเกิดอาการในตอนกลางคืน ขณะออกกำลัง หรือขณะเป็นหวัด

2.โรคเยื่อบุจมูกอักเสบภูมิแพ้ มีอาการจาม คัน คัดจมูก มีน้ำมูกใส หรือมีอาการไอ จากน้ำมูกไหลลงคอ อ้าปากหายใจเนื่องจากคัดจมูก อาการจะเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับอุณหภูมิ ความชื้น มลภาวะ ควันบุหรี่ หรือสารก่อภูมิแพ้

3.เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ มีอาการแสบตา คันตา น้ำตาไหล ขยี้ตาบ่อย จนขอบตาช้ำ สีคล้ำ โดยพบบ่อยร่วมกับอาการเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้

4.โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง จะมีลักษณะผิวแห้ง และมีอาการคัน เป็นผื่นตามใบหน้าหรือข้อพับต่าง ๆ ตามร่างกาย เป็นเรื้อรัง โดยจะพบในเด็กเล็กและมีอาการมากเมื่อมีสิ่งกระตุ้นเช่น ร้อนเหงื่อออก แพ้อาหาร เป็นต้น

5.ผื่นลมพิษ จะ มีอาการคัน บวม ผื่นขึ้นนูนหนาของผิวหนัง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้ยาและอาหารบางชนิด นอกจากนี้การติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียบางชนิดก็เป็นสาเหตุที่พบได้

6.แพ้อาหาร จากเกิดปฏิกิริยาแพ้โปรตีนใน อาหาร ก่อให้เกิดอาการได้หลายๆระบบ ได้แก่ ระบบทางเดินอาหาร จะปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายมีมูกปนเลือด อาการทางผิวหนัง มีผื่นขึ้น ลมพิษ หรือระบบทางเดินหายใจเช่น หอบ คัดจมูก มีน้ำมูกเรื้อรัง อาหารที่พบว่าเป็นสาเหตุได้บ่อยๆคือ นมวัว นมถั่วเหลือง ไข่ และแป้งสาลี เป็นต้น และอาการแสดงมักจะเริ่มต้นในขวบปีแรกและมีอาการเรื้อรัง เป็นๆหายๆ

Tips on Dealing with Toddler Seasonal Allergies | Coastal Kids Pediatrics

การรักษาและการป้องกันโรคภูมิแพ้ในเด็ก

1.หากทารกที่มีโอกาสเป็นภูมิแพ้จากพันธุกรรม ควรส่งเสริมให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดาเพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ได้แก่ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือสงสัยว่าจะแพ้ เช่น อาหารบางชนิด (เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี)

2.หมั่นทำความสะอาดห้องนอน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละออง ไรฝุ่น ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ และในห้องนอนก็ไม่ควรจะมีหนังสือ หรือพรม ที่เป็นแหล่งสะสมของฝุ่นไว้ในห้องนอนอีกด้วย หรือจะเลือกใช้หมอน ผ้าห่ม หรืออุปกรณ์เครื่องนอนที่ป้องกันไรฝุ่นก็อาจจะช่วยได้เหมือนกัน

3.ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนในบ้าน เช่น แมว, สุนัข เพราะขนสัตว์เหล่านั้นก็เป็นภาหะของภูมิแพ้ได้ใช่กัน ถ้าเลี้ยงควรหาสถานที่ให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกตัวบ้านและอยู่เป็นสัดส่วนจะดีกว่า

4.หมั่นให้ผู้ป่วยออกกำลังเป็นประจำ เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงมากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนาน 30 นาที ความถี่ 3-4 ครั้ง/ สัปดาห์ 

5.ควรให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการที่ผู้ป่วยนั้นสามารถล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และใช้ยาพ่นผ่านจมูกได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน 

6.กำจัดขยะและเศษอาหารต่างๆ ควรมีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันแมลงสาบ และหลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น ท่อไอเสียรถยนต์

บทส่งท้าย

โรคภูมิแพ้ในเด็กนั้น อาการทั่วไปอาจจะมีจาม คันจมูก คัดจมูก น้ำมูกไหล อาจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากปล่อยไว้นาน ๆ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในหลายทาง ทั้งทางด้านร่างกายและอาจจะส่งผลถึงจิตใจด้วย หากรู้ว่าลูกน้อยเริ่มป่วย ให้เริ่มหาวิธีรักษาโดยไว จะทำให้โอกาสหายขาดมีมากขึ้น และลูกน้อยจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมตามวัยของเขา

เครดิตรูปภาพ diamondpestcontrol.co.uk coastalkids.com

บทความ แม่และเด็ก

อาหารเด็ก/นม/ของเล่นเด็ก/คู่มือคุณแม่

บทความล่าสุด
Tag
ขวดนม Pigeon (1) ของเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก (31) คอกกั้นเด็ก (1) คาร์ซีท (1) คู่มือสำหรับคุณแม่ (132) จุกนม (1) ชุดคลุมท้อง (1) ชุดว่ายน้ำเด็ก (1) ตู้แช่นม (1) ทิชชู่เปียก (1) ที่ดูดน้ำมูก (1) นมกล่อง UHT (1) นมผง (1) น้ำยาซักผ้าเด็ก (1) น้ำยาล้างขวดนม (1) น้ำเกลือล้างจมูก (2) ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก (19) ฝากครรภ์ (1) รถเข็นเด็ก (1) รถไฟฟ้าเด็ก (1) รวมเรื่อง นม สำหรับเด็ก (1) สารพันปัญหาแม่และเด็ก (144) สารพันปัญหา แม่และเด็ก (37) อาหารสำหรับเด็ก (22) อาหารเสริมสำหรับเด็ก (3) อุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก (10) อุปกรณ์เสริมสำหรับเด็ก (72) เครื่องนึ่งขวดนม (1) เครื่องปั๊มนม (1) เครื่องอุ่นนม (1) เคล็ดลับเลี้ยงลูก (2) เปล (1) เปลไกวไฟฟ้า (1) เสื้อผ้าเด็ก (5) แพมเพิส (1) โลชั่นเด็ก (1)