7 เคล็ดลับ เตรียมพร้อมลูกน้อยให้มีอนาคตที่ดีในแบบที่ลูกต้องการ 

คู่มือสำหรับคุณแม่

ความชอบและความฝันของเด็กๆนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม การได้ปล่อยให้เขาเดินตามทาง ที่ได้ฝันไว้จะทำให้เขาเกิดกระบวนการเรียนรู้และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้คือการช่วยสนับสนุนในความฝันของลูกอย่างเต็มที่ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเตรียมพร้อมลูกน้อยให้ออกไปสู่โลกกว้างตามหาความฝันที่จะช่วยสร้างอนาคตที่ดีในแบบที่ลูกต้องการได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาวิธีการสอนลูกให้ลูกมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ วันนี้เรามีมาฝากกัน จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. คิดตามเหตุได้ตามผล คุณพ่อคุณแม่ที่จะส่งเสริมให้ลูกทำตามความฝันว่ามีอนาคตที่ดีได้เริ่มจากการฝึกให้ลูกคิดเองและทำตามเหตุผลเป็นหลักเป็นการเสริมสร้างสมองให้ลูกรู้จักคิดและตัดสินใจภายใต้เหตุผล โดยไม่ทำตามอารมณ์ เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะสามารถจัดการกับอารมณ์และกำกับพฤติกรรมของตนเองได้ หลักการสอนนี้จะส่งผลต่อเนื่องกลายเป็นพฤติกรรมในระยะยาวของลูกไปจนโต 2. เรื่องของลูกนั้นสำคัญเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่หลักคือคอยสนับสนุนเรื่องเล็กๆรวมถึงเรื่องใหญ่ของลูกอยู่เสมอ โดยอาศัยความเข้าใจกันภายในครอบครัว ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะบ่งบอกถึงการเอาใจใส่และการเทคแคร์ความรู้สึกของลูกไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ทุกเรื่องของลูกนะสำคัญไม่ต่างกัน มาทำให้ลูกไว้วางใจได้ลูกจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อได้คุยกับพ่อแม่ แล้วเขาจะยอมบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกของเขาให้เราฟังนั่นเอง 3. พูดคุยกับลูกด้วยเหตุผลโดยไม่ใช้อารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะการสื่อสารที่ดีของคุณพ่อคุณแม่และมีความสำคัญในการดำเนินชีวิตของลูกเป็นอย่างมาก เพราะหากพ่อแม่สื่อสารกับรูปแบบไม่เข้าใจกันจะทำให้เกิดปัญหาระยะยาว และทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ดังนั้นคำพูดจึงมีความสำคัญและอ่อนไหวต่ออารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่จะต้องระมัดระวังคำพูดโดยไม่ใช้อารมณ์กับลูก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อใดที่ต้องสั่งสอนลูกต้องไม่ใช้อารมณ์ และใช้เหตุผลเป็นหลัก คำนึงถึงความรู้สึกของลูกให้มากที่สุด 4. ใช้ความสงบสยบความดื้อ เมื่อลูกเริ่มเกเรหรืองอแงให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ความเงียบสงบ โดยไม่สนใจลูกจะทำให้ลูกนั้นได้เรียนรู้และเข้าใจได้ว่าหากเขาทำแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่จะไม่สนใจเขา วิธีนี้จะช่วยให้เด็กไม่ทำตามใจตัวเองมากจนเกินไป ซึ่งเป็นทักษะการใช้ชีวิตที่ดีในอนาคต 5. ทุกคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ การสอนให้ลูกฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบตั้งแต่เด็กๆนั้นเป็นประโยชน์และจะช่วยให้เขาเกิดการเรียนรู้และมีประสบการณ์ได้มากยิ่งขึ้น สอนให้เขารับผิดชอบกับเรื่องง่ายๆเช่นการอาบน้ำให้ตรงเวลา ทานข้าวให้ตรงเวลา มีหน้าที่เลี้ยงสัตว์ เก็บที่นอนเป็นประจำเป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เขาเกิดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมถึงเขาสามารถแบ่งความสำคัญและจัดการเวลาได้อย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น 6. พ่อแม่เป็นต้นแบบของลูก ลูกมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็กดังนั้นสำคัญและจำเป็นอย่างมากคุณไม่ควรทะเลาะกันหรือพูดคำหยาบต่อหน้าลูก เพราะจะทำให้ลูกจดจำและเลียนแบบพฤติกรรมของคุณในอนาคต  7. ฟังความคิดเห็นของลูก […]

6 items เด็ด แนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องมีติดบ้านไว้ ได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน

คู่มือสำหรับคุณแม่

สำหรับใครที่กำลังเป็นคุณแม่มือใหม่อยู่นั้นการเลี้ยงลูกสักคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีหรือเป็นเด็กที่มีคุณภาพมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงวัยนั้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างมาก ซึ่งจะต้องอาศัยประสบการณ์และระยะเวลาในการปรับตัวที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกน้อย แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่มีตัวช่วยที่ดีจะช่วยให้การเลี้ยงลูกนั้นง่ายยิ่งขึ้น และช่วยให้เขาเติบโตมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง สำหรับวันนี้เราจึงมี 5 ไอเทมเด็ดที่เหล่าแม่ๆนิยมมีติดบ้านไว้เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อยจะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. เป้อุ้มเด็ก เรียกได้ว่าทุกบ้านที่มีลูกน้อยจะต้องมีเป้อุ้มเด็กอย่างน้อย 1 ชิ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมหลักที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เป้อุ้มเด็กนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณแม่ได้เป็นอย่างดี โดยที่คุณแม่ไม่ต้องมานั่งเมื่อยหลังหรืออุ้มให้เมื่อยแขนกันเลยทีเดียว เป้อุ้มเด็กนี้สามารถพกพาได้สะดวกเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สำหรับคุณแม่มือใหม่หากมีติดบ้านไว้ได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน 2. รถเข็นเด็ก หากวันไหนคุณแม่อยากพาลูกน้อยไปเที่ยวชิลนอกบ้าน สิ่งที่ต้องมีติดไว้แล้วจะต้องได้ใช้งานอย่างแน่นอนคือรถเข็นเด็ก หาคุณแม่ใช้รถเข็นเด็กจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยนั้นได้เที่ยวชิวเพลินๆกันได้นานยิ่งขึ้น รถเข็นนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่เป็นอย่างมาก นอกจาก แต่ใช้พาเดินเล่นชิวๆแล้วยังสามารถใช้เป็นที่นอนให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย อีกทั้งภายในรถเข็นยังมีชั้นที่สามารถวางสัมภาระของลูก ช่วยให้คุณแม่นั้นสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น 3. เก้าอี้ทานข้าว เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะต้องมีติดบ้านไว้ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกได้แล้วเก้าอี้ทานข้าวยังช่วยฝึกนิสัยการทานข้าวที่ดีให้กับลูกได้อีกด้วย เคยสงสัยกันไหมคะว่าเด็กญี่ปุ่นเวลาทานข้าวนั้นเขาจะมีระเบียบวินัยในการทานเป็นอย่างมาก จะไม่เดินไปทางไป  จะทานข้าวเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะเด็กญี่ปุ่นถูกฝึกนิสัยมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ดีจะช่วยให้ลูกมีระเบียบวินัยตั้งแต่เด็กๆ 4. กระเป๋าเก็บความเย็น คุณแม่หลายท่านคิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก แต่กระเป๋าเก็บความเย็นนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากหากคุณพ่อคุณแม่จะต้องเดินทางไกล  ซึ่งอาจจะประสบกับปัญหานมบูดได้ง่าย ยิ่งหากเจออากาศร้อนแบบเมืองไทยแล้วเราก็จะยิ่งทำให้นมนั้นมีอายุอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งกระเป๋าเก็บความเย็นนี้จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ไปได้มากเลยทีเดียว เปรียบเสมือนตู้เย็นขนาดเล็กเลยก็ว่าได้ ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่มีกระเป๋านี้จะอุ่นใจในทุกการเดินทางอย่างแน่นอน 5. เครื่องดูดฝุ่นกำจัดฝุ่นละออง ฝุ่นเป็นตัวร้ายที่ทำให้ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในเด็ก ยิ่งอากาศสมัยนี้แล้วน่ากลัวเป็นอย่างมาก ฝุ่นละอองที่เรามองไม่เห็นหากสูดดมเข้าไปในร่างกายแล้ว อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ในเด็กและมีผลต่อระบบหายใจทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งฝุ่นละอองตัวร้ายนี้ปะปนอยู่กับอากาศส่งผลเสียต่อร่างกายของลูกไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นเครื่องดูดฝุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จะช่วยให้คุณนั้นไม่คุ้มกระจายทั่วบ้าน และคุณแม่สามารถทำความสะอาดบ้านได้อย่างง่ายดายและประหยัดเวลาไปได้มากเลยทีเดียว 6. ของเล่นชิ้นโปรดสำหรับลูกน้อย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ […]

5 เคล็ดลับ เพิ่มความเก่งและความแข็งแรง ให้กับลูกน้อย

คู่มือสำหรับคุณแม่

พัฒนาการทางด้านสมอง ความเก่งและความฉลาดเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนพยายามปลูกฝังและเสริมสร้างให้กับเจ้าตัวน้อย แต่ในยุคปัจจุบันนี้เก่งอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอแล้วลูกจะต้องแข็งแรงและสตรองมากขึ้นด้วยถึงจะอยู่รอดปลอดภัยบนโลกใบนี้ได้อย่างไร้กังวล เพราะในปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บนั้นมีมากมายในทุกพื้นที่ดังนั้นจึงต้องอาศัยความฉลาดและความแข็งแรงในเวลาเดียวกันเพื่อที่จะเป็นเกาะป้องกันและช่วยผลักดันให้ลูกนั้นเจริญเติบโตได้อย่างสมวัย อีกทั้งยังช่วยให้ลูกปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ วันนี้เราจะมีเคล็ดลับในการเสริมสร้างความเก่งและความแข็งแรงให้กับลูกได้ในเวลาเดียวกันจะมีวิธีใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. ฝึกให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเอง การฝึกฝนเช่นนี้ถือเป็นการเริ่มต้น จากเรื่องง่ายๆและเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของลูกมากที่สุด โดยการฝึกให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองให้ได้ก่อน 3 ขวบนั้นจะช่วยให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้ กิจวัตรประจำวันที่สามารถฝึกได้ง่ายๆเช่น การรับประทานอาหารด้วยตัวเอง การแต่งตัวด้วยตัวเอง ฝึกขับถ่ายได้เอง หรืออาจจะฝึกฝนวินัยที่ดีที่มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่นจากการเก็บของเล่นหลังเล่นเสร็จ ก็เป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว โดยการฝึกฝนนั้นมีข้อแม้ว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องฝึกให้ลูกทำเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับเขาเมื่อเขาได้ทำในสิ่งที่เขาคุ้นเคย อีกทั้งยังช่วยฝึกความรับผิดชอบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 2. ออกกำลังกายอยู่เสมอ รวมถึงการทำกิจกรรมเพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือ ประโยชน์ของการออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอนั้นจะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากจะเก่งแล้วยังช่วยทำให้ร่างกายนั้นแข็งแรงพร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงระบบไหลเวียนโลหิตสูบฉีดได้ดีหัวใจแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยให้หลอดเลือดและออกซิเจนหมุนเวียนไปสู่สมองได้ดียิ่งขึ้นทำให้เขารู้สึกตื่นตัว และจดจ่อกับการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงมีสุขภาพจิตที่ดีอีกด้วย 3. การเล่น จะช่วยเสริมทักษะและพัฒนาศักยภาพของเด็กๆได้ในหลากหลายด้าน อาทิ ด้านร่างกาย งานจิตใจ ด้านอารมณ์และสังคม เป็นต้น ซึ่งการเล่นนั้นมีหลากหลายรูปแบบ คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกเล่นกับลูกกันได้เลยไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบบไหนก็ดีต่อจิตใจและช่วยให้เขามีอารมณ์ที่ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าหากอยากส่งเสริมทางด้านความฉลาดให้กับลูก แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกเกมที่มีกฎเกณฑ์กติกาที่กำหนดเอาไว้แล้วอย่างแน่นอนเช่น เกมส์จับคู่ เกมโดมิโน่เป็นต้น เกมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้คิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา รวมถึงได้ฝึกฝนทักษะความคิดในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 4. การเล่านิทาน คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้มากนะ แต่รู้หรือไม่ว่าการเล่านิทานนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มหาศาลต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ เพราะจะช่วยให้เขามีพัฒนาการที่สมบูรณ์รอบด้าน ช่วยส่งเสริมและสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว […]

5 เคล็ดลับในการเลือกซื้อยาสีฟัน ที่มีคุณภาพดีให้กับลูกน้อย

คู่มือสำหรับคุณแม่

การดูแลช่องปากสำหรับลูกน้อยนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก  ทราบหรือไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลช่องปากให้กับลูกได้ตั้งแต่ในวัยทารกเลยทีเดียว ในช่วงของวัยทารกนั้นถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่มีฟันขึ้นก็ตามคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลช่องปากด้วยการใช้ผ้าก๊อตชุบน้ำต้มสุกเช็ดลิ้นเพื่อขจัดคราบนมที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดเชื้อราบนลิ้นของลูกได้ แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นแล้วจะมีฟันน้ำนมซึ่งถือเป็นรากฐานของฟันแท้ที่แข็งแรง คุณแม่หลายท่านมีความเข้าใจผิดว่าฟันน้ำนมไม่ต้องดูแลมากเพราะเดี๋ยวก็หลุดไปซึ่งนั่นถือเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะถ้าเกิดฟันน้ำนมของลูกผุ เชื้อโรคสามารถทะลุไปหาฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ได้ด้วย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องเริ่มดูแลช่องปากและเริ่มแปรงฟันให้กับลูกตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น โดยจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกยาสีฟันที่มีคุณสมบัติดี เป็น Organic สามารถกลืนได้ไม่เป็นอันตราย เพื่อช่วยในการดูแลฟันดีแล้วของลูกและเป็นหลักฐานที่ดีของฟันแท้ที่ลูกจะมีรอยยิ้มที่สวยงามติดตัวไปจนโตนั่นเอง วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเลือกซื้อยาสีฟัน ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาจากส่วนผสมดังต่อไปนี้ 1. ควรเลือกซื้อยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่าก็แปรงฟันให้ลูกอยู่เสมอแต่ทำไมฟันลูกถึงยังถูกอยู่ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงว่ายาสีฟันที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ไม่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ก็เป็นได้ เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นของคลอไรด์คือช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยได้แนะนำให้ยาสีฟันเด็กจำเป็นต้องมีตัวร้ายอยู่ที่ 1000 ppm  ถึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุและช่วยให้ฟันนั้นแข็งแรงนั่นเอง 2. ยาสีฟันที่มีส่วนผสมที่ดีต่อเนื่องและฟัน อาทิ ส่วนประกอบที่ Organic ไม่เป็นอันตรายสำหรับลูก ยาสีฟันที่ดีนอกจากจะมีส่วนประกอบที่จะช่วยทำความสะอาดและป้องกันฟันผุแล้ว จะต้องมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟันเพิ่มขึ้นมาด้วยเช่น ช่วยให้เกิดความชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองในช่องปาก เพราะปากในวัยเด็กนั้นยังมีความบอบบางหากใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมที่แรงเกินไปอาจทำให้ช่องปากเกิดการระคายเคืองได้ โดยส่วนผสมควรได้จากธรรมชาติและเป็นออแกนิคโดยผ่านการรับรองมาตรฐานจาก ECOCERT ได้ยิ่งดี  ส่วนผสมที่มักพบส่วนใหญ่ได้แก่ ว่านหางจระเข้ ที่จะช่วยลดการระคายเคือง อีกครั้งยังอ่อนโยนต่อความแล้วเหงือกของเด็กอีกด้วย 3. ยาสีฟันที่มีกลิ่นหอม จะสามารถช่วยดึงดูดความสนใจให้กับเด็กๆได้เป็นอย่างดี บ้านไหนที่กำลังประสบปัญหากับลูกไม่ยอมแปรงฟัน ลองหายาสีฟันที่มีกลิ่นหอมของผลไม้เช่นสตอเบอรี่ ส้ม องุ่น บลูเบอรี่ เป็นต้น กลิ่นผลไม้ต่างๆเหล่านี้จะช่วยดึงดูดความสนใจและดึงดูดให้เด็กๆรักการแปรงฟันมากยิ่งขึ้น 4. ปราศจากสารเติมแต่งที่เป็นอันตรายสำหรับเด็ก โดยทั่วไปแล้วยาสีฟันส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยสารขัดฟันหรือสารให้รสหวานรวมถึงสารที่ทำให้เกิดฟองซึ่งในยาสีฟันของเด็กนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสารเคมีบางชนิดที่อยู่ในยาสีฟันอาจเป็นอันตรายสำหรับลูก หากลูกเผลอกลืนเข้าไปอาจมีผลข้างเคียงต่างๆตามมา […]

5 อันดับ หมอนรองให้นม ที่เข้ากับสรีระของลูกได้ดี ช่วยให้การให้นมนั้นสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

คู่มือสำหรับคุณแม่

หมอนรองให้นม ถือเป็นไอเทมหลักสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังให้นมบุตรเป็นอย่างมาก เพราะหมอนรองให้นมนั้นจะช่วย support รองรับสรีระของลูกได้เป็นอย่างดี ช่วยให้การให้นมนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หมอนรองให้นมถูกออกแบบมาเพื่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยเฉพาะ เพราะจะช่วยรองรับน้ำหนักตัวของลูกให้อยู่ในท่วงท่าที่สบาย และทำให้เด็กนั้นดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญหมอนรองให้นมจะช่วยลดการปวดหลังขณะให้นมบุตร แต่สำหรับใครที่ผ่าคลอดหมอนนี้ก็สามารถช่วยลดการกดทับที่แผลผ่าคลอดได้เป็นอย่างดีด้วย โดยจากการสำรวจทางวิทยาศาสตร์พบว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ของมารดาที่รู้สึกไม่สบายในการให้นมอยู่ที่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่บริเวณหน้าท้องส่วนล่าง บริเวณช่วงหน้าอก และบริเวณหลังส่วนล่าง หมอนรองให้นมนี้ จะลดปัญหาอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆลงได้เป็นอย่างดี สำหรับวันนี้เราจึงมีหมอนรองให้นมคุณภาพดีที่สามารถรองรับเข้ากับสรีระของลูก จะมียี่ห้อใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. Chicco Boppy Nursing Pillow  เป็นหมอนรองให้นม ที่ถูกออกแบบมาให้ เหมาะสำหรับเด็กทารกอายุ 0 เดือนขึ้นไป อีกทั้งหมอนนี้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานหลากหลาย แต่ถ้าหากลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไปหมอนนี้จะกลายเป็นตัวช่วยฝึกพัฒนาการมีทักษะในด้านต่างๆ และหลังจาก 9 เดือนจะสามารถใช้เป็นเบาะรองให้กับลูกน้องได้อีกด้วย เรียกได้ว่าคบจบภายในวันเดียว  และสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าไม่ทำให้เสียรูปทรงแน่นอน   2. Ergobaby Natural Curve Nursing เป็นหมอนรองให้นม ที่ผลิตจากวัสดุเมมโมรี่โฟม จึงลดการจุกเสียดของทารกได้เป็นอย่างดี ช่วยลดอาการแหวะนมได้ หมอนรองให้นมนี้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าคุณแม่สามารถให้ได้ทั้งจากเต้าและนมจากขวด ซึ่งใช้ได้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ […]

5 อันดับ ผ้าคลุมให้นม สะดวก พกพาง่ายให้นมลูกได้ทุกที่ทุกเวลา

คู่มือสำหรับคุณแม่

คุณแม่ลูกอ่อนนั้นจะเข้าใจดีว่าการให้นมนั้นมีหลากหลายปัญหา รวมถึงการให้นมจากเต้าในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะเด็กทารกที่ยังดื่มนมไม่เป็นเวลา ทำให้คุณแม่นั้นจะต้องเตรียมพร้อมให้นมลูกอยู่ตลอดเวลา แต่ในปัจจุบันมีไอเทมที่สำคัญที่คุณแม่นั้นจะต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลานั่นก็คือผ้าคลุมให้นม ที่จะช่วยให้การให้นมในที่สาธารณะนั้นสะดวกสบาย และมิดชิดขึ้น โดยที่คุณแม่จะให้นมลูกน้อยแบบไม่ต้องรู้สึกเขินอายสายตาผู้คนรอบตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามผ้าคลุมให้นมนั้นคุณแม่จะต้องเลือกซื้อที่มีคุณภาพดี โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่นเนื้อผ้าที่ใช้ในการผลิต ความหนาบางของเนื้อผ้า หรือรวมไปถึงเรื่องของการปกปิดได้อย่างมิดชิดหรือไม่ แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไปวันนี้เราได้รวบรวมผ้าคลุมให้นม ที่แม่ๆหลายคนให้ความนิยมและใช้กันมากในปัจจุบัน จะมียี่ห้อไหนบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. ผ้าคลุมให้นม  Little Monster Granny Ben  เป็นผ้าคลุมให้นมที่มาในลวดลาย signature ของเพจพี่จินและน้องเรนนี่ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือสีเขียวพี่จินและสีชมพูน้องเรนนี่ รูปแบบของผ้าคลุมให้นมนี้เป็นรูปทรงวงกลมที่มีรูตรงกลางเพื่อสวมใส่ในการให้นมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง สามารถคุมได้ 360 องศาปกปิดมิดชิดอย่างแน่นอน  ให้คุณแม่ให้นมลูกในที่สาธารณะโดยไม่ต้องกังวลสายตาคนรอบข้างเลย ผ้าคลุมให้นมนี้ผลิตจากผ้าใยเทนเซล ที่ให้สัมผัสที่นุ่มสบายจึงไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวของลูกน้อย  และสามารถระบายอากาศได้ดีลูกน้อยไม่อึดอัดเวลากินนมอย่างแน่นอน ราคา 1150 บาท 2. ผ้าคลุมให้นม Disney  lamoonBaby ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แม่ๆหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วโดยในแบรนด์นี้เขาผลิตผ้าคลุมให้นมมาด้วยซึ่งมีขนาดใหญ่ไร้รอยต่อทั้งผืน แถมเป็นเนื้อผ้าโพลีเอสเตอร์ ซาติน ที่ให้ความนุ่มลื่นสัมผัสที่เบาสบาย ซึ่งแน่นอนว่าสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดีมีน้ำหนักเบาสามารถพกพาไปได้ทุกที่ ซึ่งผ้าคลุมให้นมรุ่นนี้นั้นสามารถทำความสะอาดได้ง่ายไม่ทำให้คราบสกปรกฝังลึกเรียกได้ว่าตอบทุกโจทย์ของการใช้งานของแม่กันเลยทีเดียว ราคา 1950 บาท 3. […]

5 อันดับ แนะนำครีมทาหน้าท้อง ที่ช่วยลดรอยแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

คู่มือสำหรับคุณแม่

อาการท้องลายของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นเป็นภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งคุณแม่ทุกคนจะต้องประสบพบเจออย่างแน่นอน เนื่องจากผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องนั้นมีการขยายและยืดหดอย่างรวดเร็ว จึงทำให้อิลาสตินและคอลลาเจนบริเวณผิวหนังนั้นถูกยืดออกจนทำให้บริเวณหน้าท้องมีรอยแตกลายที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าบริเวณอื่น ซึ่งรอยแตกลายนี้ไม่ได้มีเฉพาะบริเวณหน้าท้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีบริเวณหน้าอก สะโพก ต้นขา และบั้นท้ายได้อีกด้วย โดยอาการแตกลายเหล่านี้สามารถป้องกันหรือช่วยให้การแตกลายนั้นเกิดได้น้อยลงยิ่งขึ้นได้ ด้วยครีมที่มีความเข้มข้นสูงที่จะช่วยฟื้นบำรุงและให้ความชุ่มชื้นลดอาการคันแก่ผิวหนังบริเวณนั้น วันนี้เราจึงรวบรวมครีมสำหรับทาหน้าท้องที่ช่วยลดรอยแตกลายลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมียี่ห้อใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. I Knew เป็นครีมที่ช่วยปกป้องผิวในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แตกลายให้กลับมามีรอยที่ตื้นขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวให้ผิวหนังเรียบเนียน นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับบริเวณอื่นๆได้เช่น ข้อศอก หัวเข่า สะโพก ต้นขา หรือบริเวณที่มีความหยาบกร้าน เนื้อครีมจะช่วยซึมลึกฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นให้กลับมาชุ่มชื้น พร้อมเผยผิวใหม่ ให้เรียบเนียนกว่าเดิม ราคา 148 บาท 2. Cocoro Hanako Tokyo Cool Organic Oil Serum เป็นเซรั่มที่ช่วยป้องกันและลดเลือนรอยแตกลายผลิตจากออแกนิค จึงปลอดภัยสำหรับคุณแม่และลูกน้อยอย่างแน่นอน เนื้อเซรั่มมีความบางเบา ให้สัมผัสที่เย็นสบายผิวไม่เหนอะหนะ ช่วยปกป้องผิวและลดอาการคันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องสำหรับคุณแม่ท้องแก่ จะช่วยลดอาการคันได้เป็นอย่างดี ซึ่งเซรั่มนี้จะช่วยบรรเทารอยแตกลายเดิมไม่ให้ขยายเพิ่มหรือมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง ที่สำคัญกลิ่นไม่รบกวนคุณแม่ที่กำลังแพ้ท้องอย่างแน่นอน ราคา 1700 บาท 3. Brown Surround Stretch-mark […]

5 อันดับ แชมพูลดผมขาดหลุดร่วง ในคุณแม่หลังคลอด

คู่มือสำหรับคุณแม่

เรื่องผมขาดหลุดร่วงเป็นอีกปัญหาหนึ่งของคุณแม่หลังคลอดเป็นอย่างมาก เพราะด้วยระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของคุณแม่ทำให้หลายคนประสบกับปัญหาผมร่วง เส้นผมไม่แข็งแรง ผมบาง ซึ่งส่งผลให้คุณแม่ขาดความมั่นใจ เพราะจากที่เคยมีผมที่หนานุ่มสลวย แต่กลับขาดหลุดร่วงแลดูไม่มีน้ำหนัก นั้นถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับแม่เป็นอย่างมาก ซึ่งปัญหาผมร่วงนั้นส่งผลต่อบุคลิกภาพของคุณแม่โดยตรงอีกด้วย ปัญหาเหล่านี้เราไม่ควรมองข้าม และควรใส่ใจดูแลหนังศรีษะเป็นพิเศษ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีผลิตภัณฑ์ช่วยลดการขาดหลุดร่วงของผม มาแนะนำแม่ๆกัน รับรองได้ว่าคุณแม่จะกลับมามีเส้นผมที่แข็งแรงและนุ่มสลวยได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน จะมีแบรนด์ใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. Daeng Gi Meo Ri Vitalizing Shampoo ขนาด 300 ML เป็นแชมพูที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องการแก้ผมขาดหลุดร่วงโดยตรง ผลิตจากสมุนไพรแท้ 100% สารสกัดได้จากธรรมชาติของประเทศเกาหลีจึงทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้นั้นนิยมเป็นอย่างมาก และขายดีเป็นอันดับต้นๆในปัจจุบัน แชมพูนี้สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก ช่วยบำรุงเส้นผม ลดผมขาดหลุดร่วง อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลบนหนังศรีษะ กระตุ้นการเกิดเส้นผมใหม่ จึงคืนผมหนาสุขภาพดีให้กับคุณได้อย่างเห็นผล ราคา 629 บาท 2. Havilah Fresh Herbal Shampoo  ขนาด 300 ml   เป็นแชมพูที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดผมขาดหลุดร่วงอย่างได้ผล ตรงเข้าช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งขจัดรังแค และแก้หนังศีรษะลอกเป็นแผ่นได้อีกด้วย สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ประสบปัญหาผมขาดหลุดร่วงและมีเชื้อราบนหนังศีรษะ แนะนำแชมพูยี่ห้อนี้เลย […]

5 อันดับ ครีมทาผิวหลังคลอด ช่วยฟื้นบำรุงผิวของคุณแม่ให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น

คู่มือสำหรับคุณแม่

ความสวยความงามถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงมาเสมอ แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการคลอดลูกมานั้นระดับฮอร์โมนมักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้คุณแม่หลายท่านประสบกับปัญหาภาวะผิวขาดความชุ่มชื้น หรือในคุณแม่บางคนอาจมีสิว ฝ้า กระ เกิดขึ้นได้ ทำให้คุณแม่หลังคลอดหลายท่านไม่มั่นใจในการโชว์ผิวหน้าสดกันเลยทีเดียว ซึ่งการเลือกใช้ครีมในคุณแม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะสารเคมีหรือวิตามินที่อยู่ในครีมบำรุงผิวอาจส่งผลอันตรายทารกในครรภ์หรือในคุณแม่ที่ให้นมบุตรได้ แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะในวันนี้เราได้รวบรวมครีมที่ช่วยฟื้นฟูผิวของคุณแม่ให้กลับมาชุ่มชื้นได้อีกครั้งช่วยให้ผิวนั้นเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยอย่างแน่นอน จะมียี่ห้อใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. Origins Plantscription Anti-aging Power Serum เป็นเซรั่มที่โดดเด่นในเรื่องของการลดริ้วรอยที่มียอดขายอันดับ 1 จากทั่วโลกเลยทีเดียว ครีมตัวนี้เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดเป็นอย่างมากเพราะจะช่วยฟื้นบำรุง 4 สัญญาณแห่งความร่วงโรยของผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการเกิดริ้วรอยร่องลึก ให้ผิวกลับมาเนียนเรียบกระชับได้อีกครั้ง อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าสดใส แลดูอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย ส่วนผสมนั้นได้จากธรรมชาติ 100% คุณแม่จึงมั่นใจในความปลอดภัยได้เลย 2. Estee Lauder  เป็น moisturizer ที่ทรงประสิทธิภาพอย่างมากในปัจจุบัน จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของผิวให้แลดูอ่อนกว่าวัยด้วยสารสกัดจาก  Morringa Extract ความโดดเด่นของครีมแบรนด์นี้คือจะช่วยกระชับรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเลือนความร่วงโรยของผิวให้กลับมานุ่มชุ่มชื้นแลดูอ่อนกว่าวัยได้อีกครั้งหนึ่ง เนื้อครีมมีลักษณะบางเบาสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวผสม  3. Olay Regenerist essence water เป็นครีมในตำนานที่แม่หลายคนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อเบาบางสามารถช่วยเติมน้ำให้กับผิวได้อย่างทันที ครีมตัวนี้จะช่วยบำรุงผิวให้ผิวฉ่ำเด้งและต่อต้านริ้วรอยที่อาจเกิดก่อนวัยอันควรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย อะมิโนเปปไทด์คอมเพล็กซ์  ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน กระชับอิ่มฟูได้อีกครั้ง […]

6 วิธีช่วยลดอาการนอนกรนของสามี ให้คุณแม่นอนหลับได้สนิทมากยิ่งขึ้น

คู่มือสำหรับคุณแม่

เมื่อพูดถึงการนอนกรนแล้วเราก็เชื่อว่าแม่ๆหลายคนจะต้องประสบปัญหาคุณสามีนอนกรนอย่างแน่นอน เป็นคุณแม่ลูกอ่อนนั้นต้องบอกเลยว่าเหนื่อยมากกว่าปกติอยู่แล้ว ต้องใช้พลังในการเลี้ยงลูกมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อน คุณสามีนั้นนอนกรน ทำให้แม่ๆหลายท่านนั้นนอนหลับได้อย่างไม่เต็มอิ่ม หรือหลับไม่สนิทเท่าที่ควร จึงอาจส่งผลในเรื่องของสุขภาพตามมา ซึ่งการนอนกรนนั้นถือเป็นปัญหาโลกแตกของคุณภรรยาเป็นอย่างมาก การนอนกรน เป็นความผิดปกติของร่างกายในขณะที่เรานอนหงาย เมื่อหลับสนิทอวัยวะต่างๆในช่องคอเช่นลิ้น ลิ้นไก่ หรือรวมไปถึงเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนจะตกไปทางด้านข้าง เนื้อเยื่อเหล่านี้จะไปขวางกั้นทางเดินอากาศ จึงทำให้เกิดเป็นเสียงกรนเกิดขึ้น ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้นานเนื้อเยื่ออาจมีการหย่อนยานมากกว่าปกติทำให้สามารถไปขวางทางเดินหายใจจนถึงอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนได้เลยทีเดียว สำหรับใครที่ประสบปัญหากับการนอนกรนก็ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปวันนี้เรามีวิธีในการช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้นได้จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. ลดน้ำหนัก ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดอาการนอนกรนของคุณสามีได้ เพราะอาการนอนกรนส่วนใหญ่มักเกิดกับคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือคนอ้วนนั่นเอง คนที่มีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่จะมีไขมันมาพอกบริเวณรอบลำคอหรือทางเดินหายใจส่วนบนทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนนั้นตีบแคบจนเกิดเป็นเสียงกรนขึ้นได้ หากน้ำหนักลดลงจะช่วยให้ไขมันดังกล่าวลดปริมาณลงได้เช่นกัน  2. จัดท่านอนให้เหมาะสม การจัดท่านอนใหม่ให้กับสามีนั้นจะช่วยลดการนอนกรนได้ลองปรับให้เขานอนศีรษะสูงประมาณ 30 องศาจากแนวพื้นราบจะช่วยลดความบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ หรือคุณภรรยาอาจให้คุณสามีนอนตะแคง ท่านอนนี้ก็สามารถช่วยลดอาการนอนกรนได้เช่นกันเพราะการนอนหงายจะทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่วนบนมากขึ้นนั่นเอง 3. งดสูบบุหรี่ อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สามีนั้นนอนกรนได้ การสูบบุหรี่จะควันบุหรี่ทำให้เนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนมีอาการบวมจนเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจขึ้นมาได้ นอกจากนี้สารนิโคตินในบุหรี่ยังกระตุ้นสมองทำให้หลับไม่สนิทได้อีกด้วย แต่ถ้าหากยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้นั้นแนะนำให้งดสูบบุหรี่ ภายใน 4-6 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน 4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเช่นเบียร์  วิสกี้ เหล้า โดยเฉพาะหากดื่มก่อนนอนจะทำให้ กล้ามเนื้อหายใจส่วนบนคลายตัวมากขึ้น ทำให้สมองตื่นตัวช้าลงซึ่งอาจเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนได้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย หากใครที่ดื่มเหล้าหรือเบียร์มากๆ ทำให้อ้วนขึ้นหรือน้ำหนักเกินมาตรฐานเพราะมีแคลอรี่สูง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 5. […]