10 ข้อห้ามในการ เลี้ยงทารก อัพเดท ปี 2021

สารพันปัญหาแม่และเด็ก

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ต้องยอมรับเลยว่าการเลี้ยงดูเด็กทารกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีการปรับตัวค่อนข้างมากเลยทีเดียว การที่ต้องรับผิดชอบกับอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเติบโตมาในแบบที่คุณเลี้ยงดูนั้น อาจทำให้พ่อแม่บางคนรู้สึกกดดัน ว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่คุณ มีความกังวลในหลายๆ เรื่องที่จะเลี้ยงลูกน้อยให้เติบโตมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพ่อแม่มือใหม่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงเด็กทารก ต้องมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้เลี้ยงลูกน้อยให้ถูกต้อง ให้เขาเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ และที่สำคัญ การเลี้ยงดูของเราจะต้องไม่ทำร้ายเขาทางอ้อมโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ วันนี้เราจึงมีข้อห้ามในการเลี้ยงเด็กทารกมาฝากกัน เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะได้ปฏิบัติกับลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับเขานั่นเอง 1. ห้ามโยนทารกขึ้นลง การเล่นกับเด็กทารกสิ่งที่ต้องระวังอย่างมากเลยคือห้ามโยนขึ้นลง เพราะศีรษะของเด็กทารกนั้นยังบอบบางมาก การโยนขึ้นลงนั้นจะทำให้ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน เมื่อหัวโยกไปมาแรงๆ อาจส่งผลให้มีเลือดออกในสมองได้เช่นกัน รวมถึงท่าที่เล่นกับลูกน้อยเช่นนี้ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก 2. ห้ามดึงดั้งให้โด่ง ตามความเชื่อสมัยโบราณที่เชื่อกันว่า หากดึงดั้งลูกตั้งแต่เด็กๆ จะทำให้จมูกโด่งขึ้นได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด การบีบบริเวณสันจมูกของเด็กทารกนั้นจะเสี่ยงต่อการอักเสบที่ชั้นใต้ผิวหนัง เพราะเนื้อเยื่อของเด็กทารกนั้นบอบบาง หากถูกบีบซ้ำๆ ที่บริเวณเดิมจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อขึ้นได้ 3. ห้ามคาดหวังมากเกินไป อีกข้อห้ามหนึ่ง ที่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของลูกน้อยได้นั่นก็คือการคาดหวังในตัวเขา ให้เขาเป็นแบบที่เราต้องการ ซึ่งการคาดหวังนั้นจะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่แย่ลง มีความคิดที่จำกัด ไม่เปิดกว้าง และไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควร พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกทำในสิ่งที่ต้องการให้ดีที่สุด เพื่อพัฒนาการที่ดีทั้งทางสติปัญญาและอารมณ์ 4. ฉี่เช็ดลิ้น ถือเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงมาก เป็นความเชื่อสมัยโบราณที่นำฉี่มากวาดลิ้นเพื่อรักษาฝ้าขาว ที่เมื่อปล่อยไว้นานจะกลายเป็นเชื้อราได้ การใช้ฉี่เช็ดลิ้นอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปากได้ 5. แป้งฝุ่นโรยตัว เป็นอีกข้อห้ามหนึ่งในการเลี้ยงทารก […]

10 วิธีแก้ปัญหาเมื่อ เด็กร้องไห้ อัพเดท ปี 2021

สารพันปัญหาแม่และเด็ก

ปัญหาลูกร้องไห้ ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พ่อแม่มือใหม่จะต้องรับมือและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเลี้ยงเด็กทารกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีการปรับตัวกับการเลี้ยงลูกอย่างมากเลยทีเดียว เรียนรู้พฤติกรรมของลูกน้อย ต้องพบกับบททดสอบมากมายที่เรียกได้ว่าไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ซึ่งการเลี้ยงเด็กทารกนั้นสิ่งเดียวที่ลูกน้อยจะสามารถสื่อสารกับเราได้ว่าเขารู้สึกไม่สบายตัวหรือมีสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกนั่นก็คือการส่งเสียงร้องไห้นั่นเอง ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยรับมือและต้องพบเจอในทุกๆวันอย่างแน่นอน ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการรับมือกับลูกน้อยที่ร้องไห้งอแงมาฝากกัน ซึ่งจะเป็นวิธีในการปลอบลูกน้อยให้หยุดร้องไห้อย่างอ่อนโยน จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. การอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอด เรียกได้ว่าเป็นวิธีพื้นฐานที่แม่ๆ ส่วนใหญ่เลือกทำกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุด สัมผัสรักจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของพ่อแม่นี้จะช่วยปลอบประโลมลูกน้อยให้รู้สึกอบอุ่น ใจเย็น และนิ่งสงบได้อย่างรวดเร็ว โดยจะให้ลูกน้อยหันหน้าเข้าซบกับอกของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมกับเดินไปมาเพื่อให้เกิดความเพลินเพลิน และทำให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น  2. ห่อตัวลูกด้วยผ้า ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเด็กทารก ที่เขาเพิ่งออกมาเผชิญสู่สภาวะภายนอก ที่กว้างมากขึ้นกว่าในท้องคุณแม่อย่างมาก การก่อตัวลูกน้อยจะช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยเหมือนได้อยู่ในท้องแม่ ช่วยให้ลูกน้อยค่อยๆ ปรับตัวสู่โลกภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผ้าก่อตัวที่ใช้จะต้องไม่บางหรือหนาจนเกินไป โดยจะห่อตั้งแต่ช่วงลำตัว ขา รวมถึงแขนด้วย เมื่อห่อแล้วควรให้ลูกนอนหงายเพื่อความสบายตัวนั่นเอง 3. การเปลี่ยนท่าอุ้ม ก็สามารถหยุดอาการร้องไห้งอแงของลูกน้อยได้เช่นกัน โดยส่วนใหญ่เด็กๆ จะชอบท่าซูเปอร์แมน ทำได้โดยจับลูกน้อยนอนคว่ำบนแขนทั้งสองข้าง จากนั้นโยกไปมาเบาๆ เคลื่อนไหวช้าๆ ลูกน้อยจะรู้สึกเพลิดเพลิน จะทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำ เขาจะเกิดความคุ้นเคยแล้วค่อยๆ หยุดร้องไห้ลง  4. การนวดสัมผัส เบาๆ ด้วยรักจากคุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย […]

5 อาการที่บ่งบอกว่า เด็กปวดท้อง อัพเดท ปี 2021

สารพันปัญหาแม่และเด็ก

สุขภาพของลูกน้อยนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะในเด็กทารก ที่เมื่อเขารู้สึกเจ็บป่วยหรือไม่สบายตัว ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารให้เราเข้าใจได้ว่าเขากำลังเป็นอะไร ทำได้เพียงส่งเสียงร้องไห้ งอแงให้เราได้ทราบเท่านั้น ดังนั้นพ่อแม่จะต้องเฝ้าสังเกตอาการของลูกน้อยว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ อาการเจ็บป่วยที่พบในเด็กมากที่สุดคืออาการปวดท้อง ที่อาจมีสาเหตุมาจากท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติเป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว และต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่อย่างมาก แต่จะทราบได้อย่างไรว่าลูกน้อยที่กำลังร้องไห้งอแงอยู่นั้นมีอาการปวดท้อง วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการสังเกตลูกน้อยว่ามีอาการปวดท้องหรือไม่ เพื่อที่จะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เมื่อลูกน้อยปวดท้องมักจะแสดงอาการเหล่านี้ สล็อตเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ มีการบิดตัวไปมา คล้ายกับอาการไม่สบายตัว ไม่ยอมทานอาหาร มีอาการหงุดหงิด บางครั้งส่งเสียงร้องแปลกๆออกมา ไม่ยอมนอน มีอาการท้องแข็ง ท้องพอง ให้พ่อแม่สันนิษฐานเลยว่าลูกน้อยนั้นกำลังปวดท้อง หรือไม่สบายท้องอยู่  ท้องอืด แน่นท้อง อาการปวดท้องในเด็กส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากอาการท้องอืด แน่นท้อง ซึ่งพบว่ามีแก๊สในกระเพาะมากเกินไป ส่วนใหญ่เกิดจากการดูดนมจากขวด ที่ทำให้อากาศผ่านเข้าไปได้ตอนดูดนม สามารถสังเกตได้จากท้องของลูกน้อยที่ป่องผิดปกติ เด็กจะร้องไห้ งอแง บิดตัวไปมา อาการเช่นนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการอุ้มพาดบ่าเพื่อให้ลูกน้อยได้เรอเอาลมออกมานั่นเอง วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยสบายท้องมากยิ่งขึ้น อาการปวดท้องที่เกิดจาก กรดไหลย้อนในเด็ก เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากระเพาะของเด็กทารกนั้นยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาการนี้เกิดจากลูกกินเร็วเกินไปหรือกินมากเกินไป โดยเด็กจะมีอาการร้องไห้งอแง บางครั้งมีอาการสำลัก หรือ อาเจียนออกมา สามารถช่วยลูกน้อยให้สบายท้องได้ด้วยการจับลูกนั่งตัก ค่อยๆลูบหลังเพื่อให้ลูกได้เรอเอาลมภายในช่องท้องออกมา ซึ่งแนะนำว่าควรจับลูกเรออย่างน้อย 20 นาที […]

10 วิธีแก้ปัญหา ลูกไม่ยอมกินข้าว อัพเดท ปี 2021 แบบง่ายๆ

สารพันปัญหาแม่และเด็ก

เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เลยก็ว่าได้เมื่อลูกไม่ยอมทานข้าว ทำให้ลูกน้อยไม่สามารถได้รับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการเจริญและพัฒนาการของลูกน้อยตามมา บางคนขาดสารอาหาร ร่างกายเติบโตได้ไม่เต็มที่ บางคนมีพัฒนาการที่ช้าเพราะไม่ได้สารอาการที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายโดยเพาะที่สมอง ได้เท่าที่ควร สำหรับบ้านไหนที่กำลังประสบกับปัญหาลูกงอแง ร้องไห้ไม่ยอมทานข้าว วันนี้เรามีคำแนะนำมาให้แม่ๆได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทางเข้า ufabet การทานนมที่มากเกินไป อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกทานข้าวได้น้อยลง สำหรับบ้านไหนที่มีลูกน้อยมายุเกิน 1 ขวบแล้ว อาหารหลักของลูกคือ อาหาร5หมู่ ซึ่งไม่ใช่น้ำนม ถ้าต้องการให้ลูกทานข้าวได้มากยิ่งขึ้นจะต้องลดนมลงอย่างน้อย ไม่ให้เกิน 16 Oz เพื่อไม่ให้ลูกน้อยขาดสาร และเพื่อให้ร่างกายได้เจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง การจัดทำตารางการทานอาหาร จะเป็นตัวช่วยในการจัดระเบียบการทานได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยแนะนำให้เว้นช่วงห่างของมื้ออาหารระหว่างการทานข้าวกับนม จะช่วยให้ลูกน้อยทานข้าวได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ขนมหวานเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยไม่ยอมทานข้าว โดยคุณพ่อคุณแม่จะต้องงดอาหารหวานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำหวาน ทอฟฟี่ น้ำหวาน ไอศกรีม เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ลูกรู้สึกอิ่มและไม่อยากทานข้าวนั่นเอง สร้างบรรยากาศให้รู้สึกสบาย เหมาะแก่การทานอาหารมากยิ่งขึ้น ไม่คาดหวังหรือเข้มงวดกับการทานอาหารของลูกน้อยมากเกนไป เปิดอิสระให้เขาได้เลือกในสิ่งที่ชอบ ทำอาหารที่เขาชอบทาน จะทำให้เด็กรู้สึกสบาย ไม่ตึงเครียด และอยากทานข้าวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง  ไม่ควรดุด่าว่ากล่าว ที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ ไม่ควรดุด่าว่ากล่าว หรือแสดงความไม่พอใจกับลูกน้อย จนทำให้เขารู้สึกผิดและไม่กล้าที่จะแสดงออก หรือพูดในสิ่งที่เขาต้องการออกมา ทำให้การทานข้าวนั้นลดลง […]